Book Carrent
โอนรถมือสองต้องใช้อะไรบ้าง? (สรุปครบ ทำเองได้ ไม่ยุ่งยาก)

การซื้อ–ขายรถมือสอง สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การโอนกรรมสิทธิ์รถ” ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง เช่น ภาษี ค่าปรับ หรือคดีความที่ยังผูกกับเจ้าของเดิม
บทความนี้จะสรุปให้ครบว่า ต้องใช้อะไรบ้าง ขั้นตอนเป็นยังไง และต้องระวังอะไร
หัวข้อ
📄 เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนรถมือสอง
👤 ฝั่งผู้ขาย (เจ้าของรถเดิม)
ต้องเตรียม:
- เล่มทะเบียนรถตัวจริง
- สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรอง
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าไม่ได้ไปเอง)
- สำเนาทะเบียนบ้าน (บางกรณี)
👤 ฝั่งผู้ซื้อ (เจ้าของใหม่)
ต้องเตรียม:
- สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรอง
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามอบให้คนอื่นไปดำเนินการ)
🚘 เอกสารเกี่ยวกับรถ
- แบบคำขอโอนและรับโอน (กรอกที่ขนส่ง หรือดาวน์โหลด)
- พ.ร.บ. รถยนต์ (ต้องยังไม่หมดอายุ)
- หลักฐานการตรวจสภาพรถ (กรณีจำเป็น)
📍 กรณีต้องตรวจสภาพรถ
ต้องตรวจสภาพก่อนโอน ถ้า:
- รถข้ามจังหวัด
- รถมีการดัดแปลง
- เล่มทะเบียนมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
👉 สามารถตรวจได้ที่ ตรอ. หรือขนส่ง
📝 ขั้นตอนโอนรถมือสอง
1. เตรียมเอกสารให้ครบ
ตรวจสอบล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหลายรอบ
2. ไปที่สำนักงานขนส่ง
- ผู้ซื้อและผู้ขายไปพร้อมกัน (ดีที่สุด)
- หรือใช้หนังสือมอบอำนาจ
3. ยื่นเอกสาร + ตรวจสภาพ (ถ้ามี)
เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารและตัวรถ
4. ชำระค่าธรรมเนียม
โดยประมาณ:
- ค่าธรรมเนียมโอน: ~100 บาท
- ค่าเปลี่ยนชื่อ: ~50 บาท
- ค่าอื่น ๆ (ถ้ามี)
5. รับเล่มทะเบียนใหม่
จะมีชื่อผู้ซื้อเป็นเจ้าของรถเรียบร้อย
⏱️ ใช้เวลากี่วัน?
- ทำที่ขนส่ง: เสร็จภายในวันเดียว
- ถ้าเอกสารครบ ไม่มีปัญหา
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง
- อย่าโอนลอย (ยังไม่โอนชื่อจริง)
- ตรวจสอบว่ารถไม่มีคดี/ไฟแนนซ์ค้าง
- ตรวจเลขตัวถัง เลขเครื่อง ให้ตรงกับเล่ม
💡 เคล็ดลับ
- เขียนสัญญาซื้อขายไว้เป็นหลักฐาน
- ถ่ายรูปเอกสารเก็บไว้
- ตรวจประวัติรถก่อนซื้อ (สำคัญมาก)
✅ สรุป
การโอนรถมือสอง:
- ใช้เอกสารหลัก ๆ แค่เล่มทะเบียน + บัตรประชาชน
- ทำได้ที่ขนส่ง ใช้เวลาไม่นาน
- ควรทำทันทีหลังซื้อขาย
👉 เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
ติดต่อเรา
- เว็บไซต์: www.bookcarrent.com







