น้ำมันเครื่องคืออะไร? ทำไมรถทุกคันขาดไม่ได้

หากคุณมีรถยนต์ สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้เครื่องยนต์คือ “น้ำมันเครื่อง” เพราะน้ำมันเครื่องคือหัวใจที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่น ป้องกันการสึกหรอ และยืดอายุการใช้งานรถของคุณอย่างมหาศาล บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายว่ามันคืออะไร และทำไมคุณไม่ควรมองข้าม
หัวข้อ
🔧 น้ำมันเครื่องคืออะไร?
น้ำมันเครื่อง (Engine Oil) คือของเหลวที่ใช้หล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ เช่น ลูกสูบ เพลาข้อเหวี่ยง แคมชาฟท์ และแบริ่ง เพื่อลดแรงเสียดทาน ความร้อน และการสึกหรอ
ถ้าไม่มีน้ำมันเครื่อง
เครื่องยนต์จะร้อนจัด ชิ้นส่วนเสียดสีกัน และพังในเวลาไม่นาน
🛠 หน้าที่หลักของน้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่องไม่ได้มีหน้าที่แค่ “หล่อลื่น” เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่สำคัญหลายอย่าง
1️⃣ ลดแรงเสียดทาน
ช่วยให้ชิ้นส่วนโลหะไม่เสียดสีกันโดยตรง
2️⃣ ลดความร้อน
พาความร้อนออกจากเครื่องยนต์
3️⃣ ทำความสะอาด
พาคราบเขม่าและเศษโลหะออกไปติดที่ไส้กรอง
4️⃣ ป้องกันสนิม
เคลือบผิวโลหะไม่ให้โดนอากาศและความชื้น
5️⃣ ช่วยซีลช่องว่าง
ทำให้แรงอัดในกระบอกสูบดีขึ้น
🛢 น้ำมันเครื่องมีกี่ประเภท?
🔹 1. น้ำมันแร่ (Mineral Oil)
ราคาถูก เหมาะกับรถเก่า เปลี่ยนบ่อย
🔹 2. กึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)
สมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ
🔹 3. สังเคราะห์แท้ (Fully Synthetic)
ปกป้องเครื่องยนต์ดีที่สุด ใช้กับรถใหม่และรถสมรรถนะสูง
🔍 ตัวเลขบนกระป๋องน้ำมันเครื่องคืออะไร?
เช่น 5W-30, 10W-40
- ตัวเลขหน้า W = ความหนืดตอนเครื่องเย็น
- ตัวเลขหลัง = ความหนืดตอนเครื่องร้อน
ยิ่งตัวเลขต่ำ → ไหลดี ประหยัดน้ำมัน
ยิ่งตัวเลขสูง → ป้องกันเครื่องร้อนได้ดี
⏱ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่?
โดยทั่วไป:
- น้ำมันแร่: ทุก 5,000 กม.
- กึ่งสังเคราะห์: 7,000–8,000 กม.
- สังเคราะห์แท้: 10,000–15,000 กม.
หรือทุก 6–12 เดือน แม้ขับน้อย
⚠ ถ้าไม่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะเกิดอะไร?
- เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว
- รถอืด เร่งไม่ขึ้น
- กินน้ำมัน
- เครื่องพัง ค่า ซ่อม หลักแสน
📌 สรุป
น้ำมันเครื่องคือเลือดของเครื่องยนต์
ถ้าเลือกถูก และเปลี่ยนตรงเวลา รถคุณจะ:
- วิ่งลื่น
- ประหยัดน้ำมัน
- ใช้ได้นานหลายแสนกิโลเมตร
อย่าประหยัดผิดจุด เพราะน้ำมันเครื่องราคาหลักร้อย
แต่ค่าซ่อมเครื่องหลักหมื่นถึงแสน 🚗
ติดต่อเรา
- Facebook :
- เว็บไซต์ :
- แผนที่ :





